ads by google

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Testis แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Testis แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555

อวัยวะของระบบสืบพันธุ์เพศชาย


 ระบบสืบพันธุ์เพศชายประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ดังนี้

1. อัณฑะ (Testis) และถุงอัณฑะ (Scrotum) 
            อัณฑะ มีลักษณะรูปร่างคล้ายไข่ฟองเล็ก ยาว 3-4 Cm หนาประมาณ 2-3 Cm หนักประมาณ 50 กรัม อัณฑะมี 2 ข้างและขนาดใกล้เคียงกันอยู่ภายในถุงอัณฑะ ซึ่งทำหน้าที่ปรับอุณหภูมิภายในถุงอัณฑะให้เหมาะแก่การเจริญเติบโตของอสุจิ คือ ประมาณ 34 องศาเซลเซียส ภายในอัณฑะประกอบด้วยหลอดสร้างตัวอสุจิ มีลักษณะเป็นท่อเล็กๆขดเรียงกันอยู่มากมาย เพื่อทำหน้าที่สร้างตัวอสุจิ (Sperm) นอกจากนั้นยังมีเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งควบคุมลักษณะต่างๆของเพศชาย เช่นเสียงห้าว มีหนวดเครา

2. หลอดเก็บตัวอสุจิ 
          เป็นที่พักของตัวอสุจิที่สร้างจากหลอดสร้างตัวอสุจิจะอยู่บริเวณด้านบนของอัณฑะต่อเชื่อมกับหลอดนำตัวอสุจิ

3. หลอดนำตัวอสุจิ  อยู่ต่อจากหลอดเก็บอสุจิ ทำหน้าที่ลำเลียงอสุจิไปเก็บไว้ที่ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ

4. ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ (seminal vesicle)  อยู่ต่อจากหลอดนำตัวอสุจิ ทำหน้าที่สร้างอาหารให้แก่ตัวอสุจิ ส่วนมากเป็นน้ำตาลฟรักโตส และสารประกอบอื่นๆที่ทำให้เกิดสภาพที่เหมาะกับตัวอสุจิ

5. ต่อมลูกหมาก (prostate gland) อยู่บริเวณช่วงของท่อปัสสาวะ ทำหน้าที่หลั่งสารบางชนิดที่เป็น
เบสอย่างอ่อน เข้าไปใน
ท่อปัสสาวะปนกับน้ำเลี้ยงอสุจิและสารที่ทำให้ตัวอสุจิแข็งแรงและว่องไว

6. ต่อมคาวเปอร์ (cowper gland) มีหน้าที่หลั่งสารที่เป็นของเหลวใสๆ ไปหล่อลื่นท่อปัสสาวะในขณ ะเกิดการกระตุ้นทางเพศ หรือมีอารมณ์ทางเพศ 

7. อวัยวะเพศชาย (pennis) เป็นกล้ามเนื้อที่หดและพองตัวได้คล้ายฟองน้ำในวลาปกติจะอ่อนและงอตัวอยู่ แต่เมื่อถูกกระตุ้นจะเเข็งตัวเพราะมีเลือดมาคั่งมากภายในจะมีท่อปัสสาวะทำหน้าที่เป็นทางผ่านของตัว อสุจิและน้ำปัสสาวะ

วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อวัยวะเพศภายนอก เพศหญิง

อวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง (Female sexual organs)

          อวัยวะเพศ ก็เป็นอวัยวะของร่างกาย เหมือนกับตา ปากและอื่นๆ การที่เรารู้จักร่างกายของเราทุกส่วน จะทำให้เราสามารถสังเกตอาการผิดปกติได้ และเกิดประสิทธิภาพในการรักษา อวัยวะเพศหญิง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ อวัยวะเพศภายนอกและอวัยวะเพศภายใน 



โยนี (Vulva) เป็นอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกของผู้หญิง อยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างและอยู่ด้านหน้าและใต้กระดูกหัวเหน่า โยนี (vulva) เป็นบริเวณที่ไวต่อการกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศของผู้หญิง ประกอบด้วยส่วนที่เห็นได้ชัดเจนเป็นพิเศษคือ เนินหัวเหน่า (mons) และแคมใหญ่ (major libs/ labia majora)
  • เนินอวัยวะเพศ เป็นส่วนผิวหน้าคลุมเนื้อนูนเนื้อหัวเหน่า บริเวณนี้ประกอบด้วยผิวหนังนูนเป็นเนินของชั้นไขมัน เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นจะมีขนเจริญงอกคลุมเนินนูนไว้ และอยู่บนกระดูกหัวเหน่า มีลักษณะคล้ายรูปสามเหลี่ยม บริเวณเนินหัวเหน่านี้จะมีปลายประสาทมาเลี้ยงจำนวนมาก และผู้หญิงส่วนใหญ่พบว่าถ้าถูหรือลูบคลำบริเวณนี้จะกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ
  • แคมใหญ่ จะปิดปุ่มคลิตอริสไว้ และจะยาวไปถึงด้านหลังก่อนถึงทวารหนัก แคมใหญ่จะหนาและมีขนปกคลุมอยู่ด้านนอก ส่วนด้านในจะมีสีคล้ำ และเป็นลายๆ มีลักษณะเป็นลอนของผิวหนัง 2 ลอน ซึ่งยื่นจากบริเวณหัวเหน่า (mons pubis) ลงมาบริเวณระหว่างขาทั้งสองข้าง มีลักษณะค่อนข้างแบน ในหญิงบางคนจะมีลักษณะบางไม่ชัดเจน แต่ในหญิงบางคนจะนูนหนา ในช่วงวัยรุ่นผิวของแคมใหญ่จะค่อนข้างคล้ำ และมีขนขึ้นที่ผิวด้านนอก แคมใหญ่จะปกคลุมและปกป้องอวัยวะเพศที่ไวต่อการสัมผัสที่อยู่ข้างในของผู้หญิง ถ้าไม่ถ่างแคมใหญ่ให้แยกออกจากกันจะไม่สามารถมองเห็นได้ ดังนั้นการที่จะตรวจดูด้วยตนเองจึงต้องถ่างขาออกให้แคมใหญ่แยกจากกันและใช้กระจกส่องดูส่วนอื่น ๆ ที่อยู่ภายใน จึงจะมองเห็นได้
  • แคมเล็ก จะเป็นส่วนที่เชื่อมติดกับปุ่มคลิตอริส แคมเล็กจะบางกว่าแคมใหญ่ สีสันจะแตกต่างกันออกไปตั้งแต่ชมพูอ่อนจนถึงสีน้ำตาลเข้ม บางคนอาจมีแคมใหญ่กว่าคนอื่น หรือบางคนอาจมีแคมเล็กห้อยออกมาใต้แคมใหญ่ก็ได้ ไม่มีขน มีลักษณะย่นและขอบไม่เท่ากัน ซึ่งจะทอดยาวขึ้นด้านบน กลายเป็นแผ่นคลุมปุ่มกระสัน หรือเม็ดละมุด (clitoris)
  • คลิตอริส หรือปุ่มกระสัน เทียบได้กับอวัยวะเพศชาย คือ องคชาต ประกอบด้วยเนื้อเยื่อที่แข็งตัวขยายและหดตัวได้เล็กน้อย อยู่เหนือรูเปิดของช่องปัสสาวะเล็กน้อย สามารถแข็งตัวได้เช่นเดียวกับองคชาต หรือเม็ดละมุด (Clitoris) เป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะสืบพันธุ์ที่ไวต่อการกระตุ้นทางเพศมาก การกระตุ้นปุ่มกระสันที่เหมาะสมทำให้ผู้หญิงบรรลุจุดสุดยอดได้ ปุ่มกระสันจะสังเกตได้ชัด เพราะเป็นปุ่มที่ยื่นออกมาจากผิวหนังที่คลุมอยู่ตรงรอยต่อด้านบนของแคมเล็ก

    ส่วนประกอบภายนอกของปุ่มกระสันประกอบด้วย ยอดของปุ่มมีลักษณะกลมเป็นส่วนหัว (glans) ส่วนก้าน (shaft) ทอดตัวอยู่ด้านหลังและใต้หนังหุ้มปุ่มกระสัน เรียกว่า หนังหุ้มปุ่มกระสัน (prepuce) ส่วนหัว (glans) เป็นส่วนเดียวที่เป็นอิสระ แต่โดยปกติจะเคลื่อนไหวได้น้อยมาก ส่วนก้าน (shaft) จะติดอยู่กับร่างกายซ่อนอยู่ด้านใน

    ปุ่มกระสัน (clitoris) ประกอบด้วย เนื้อเยื่อคล้ายฟองน้ำ (spongy tissue) จำนวน 2 แท่ง ปุ่มกระสันจะมีขนาดยาวกว่าหนึ่งนิ้วเพียงเล็กน้อย จะสามารถมองเห็นเพียงแค่ปลาย (glans) เท่านั้น แต่ถ้าแข็งตัวจะขยายใหญ่มากขึ้น ในช่วงเริ่มต้นของการกระตุ้น ใต้หนังหุ้มปุ่มกระสัน (prepuce of clitoris) จะมีต่อมเล็กๆ ที่ทำหน้าที่ผลิตไขมันออกมาผสมกับสารคัดหลั่งตัวอื่น และเมื่อรวมตัวกันแล้วจะกลายเป็นสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า สเม็กม่า (smegma) หรือขี้เปียก ถ้าสเม็กม่าสะสมรอบก้านของปุ่มกระสันมากๆ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ อันจะนำมาซึ่งความเจ็บปวด
  • ช่องคลอด มีความยาวประมาณ 3-4 นิ้ว มีความยืดหยุ่นที่จะยืดตัวตามความกว้างและความยาวได้ มีลักษณะเป็นท่อของกล้ามเนื้อเรียบ เป็นส่วนที่สำคัญของผู้หญิงในการให้ความสุขทางเพศ และเป็นทางเดินของน้ำอสุจิในการร่วมเพศระหว่างหญิงกับชาย ผนังกล้ามเนื้อของช่องคลอด ซึ่งยืดหยุ่นได้และย่นหดเป็นลอนคลื่น กล้ามเนื้อรอบ ๆ ทางเปิดช่องคลอดมี 2 ชุด คือ กล้ามเนื้อหูรูดรอบช่องคลอด (sphincter vaginae) และกล้ามเนื้อยึดดึงทวารหนัก (levator ani) ผู้หญิงสามารถควบคุมกล้ามเนื้อเหล่านี้ได้ในระดับหนึ่ง กล้ามเนื้อนี้สามารถหดตัวและผ่อนคลายได้เหมือน ๆ กับกล้ามเนื้อหูรูดรอบ ๆ ทวารหนัก กล้ามเนื้อเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในการตอบสนองเมื่อถึงจุดสุดยอด อย่างไรก็ตามการหดตัวของกล้ามเนื้อรอบๆ ช่องคลอดนี้ ไม่สามารถจะยึดให้องคชาตติดอยู่ภายในช่องคลอด (penis captivus)ได้ ในระหว่างที่มีการกระตุ้นทางเพศในผู้หญิงนั้น สารหล่อลื่นจะถูกขับออกมาหล่อลื่นช่องคลอดตลอดแนวของช่องคลอด
  • เยื่อพรหมจรรย์ คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่า เยื่อพรหมจรรย์เป็นเยื่อแผ่นบางๆ คล้ายกระดาษทิชชู ซึ่งฉีกขาดได้ง่าย เป็นสัญลักษณ์ของหญิงที่ไม่เคยร่วมเพศมาก่อน ที่จริงแล้วเยื่อพรหมจรรย์ไม่ใช่เยื่อบางๆ แต่เป็นขอบของเนื้อเยื่อที่มีลักษณะคล้ายวงแหวน เป็นขอบโดยรอบปากช่องคลอด อยู่ถัดจากปากช่องคลอดเข้ามาราว 1 ซม. ซึ่งจะฉีกขาดได้ง่ายจากการเล่นกีฬา หรือปั่นจักรยาน

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อัณฑะ


  • อัณฑะเป็นต่อมรูปไข่ มี 2 อัน เป็นอวัยวะที่เคลื่อนไหวได้อยู่ในถุงอัณฑะ ซึ่งมีลักษณะเป็นถุงห้อยย้อยภายนอกร่างกาย 2 ถุง มีลักษณะเป็นรูปไข่ ขนาดประมาณ 4x2.5x2 เซนติเมตร หนัก 10-15 กรัม ปกติอัณฑะทางด้านซ้ายจะอยู่ต่ำกว่าทางด้านขวาประมาณ 1 เซนติเมตร
  • ทำหน้าที่สร้างตัวอสุจิ และสร้างฮอร์โมนเพศชาย เพื่อควบคุมลักษณะต่างๆของเพศชาย เช่น การมีหนวด เครา เสียงห้าว ฮอร์โมนเพศชายที่สำคัญคือ testosterone การสร้างตัวอสุจิเกิดขึ้นโดยเซลล์ของผิวภายในหลอดจะแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส เพื่อให้ได้เซลล์สืบพันธุ์ซึ่งมีโครโมโซมลดลงจาก 2n เหลือเพียง n เดียว
  • โครงสร้างภายในอัณฑะประกอบด้วยหลอดสร้างตัวอสุจิ ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อเล็กๆ ทำหน้าที่สร้างตัวอสุจิ มีข้างละประมาณ 800 หลอด ยาวทั้งหมดประมาณ 800 เมตร อัณฑะถูกหุ้มด้วยเนื้อเยื่อเกี่ยวพันชนิดหนาที่เรียกว่า tunica albuginea ซึ่งจะให้ผนังแทรกเข้าไปภายในแบ่งอัณฑะออกเป็นโลบูลเล็ก ๆ ประมาณ 200-300 โลบูล ภายในแต่ละโลบูลประกอบด้วยหลอดสร้างตัวอสุจิ และเซลล์เลย์ดิกแทรกอยู่ทั่วไป ซึ่งจะขดไปรวมความยาวทั้งหมดของหลอดสร้างตัวอสุจิแล้วประมาณ 225 เมตร หลอดสร้างตัวอสุจิแต่ละหลอดมาบรรจบกันเป็นท่อตรง แล้วประสานกันเป็นตาข่าย ต่อจากนั้นส่วนตาข่ายก็จะรวมกันกลายเป็นท่อขาออก ทะลุเนื้อเยื่อเกี่ยวพันชนิดหนาเชื่อมต่อกับส่วนหัวของหลอดเก็บตัวอสุจิ
  • หลอดสร้างตัวอสุจิ ลักษณะเป็นท่อที่ขดไปขดมา การสร้างสเปิร์มจะถูกควบคุมโดยฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองและฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจากอัณฑะ 
  • เนื้อเยื่ออินเตอร์สติเชียล เป็นเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างหลอดสร้างอสุจิ ถูกควบคุมโดยฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า ทำหน้าที่หลักในการสร้างฮอร์โมนเพศชายเพื่อควบคุมลักษณะทางเพศขั้นที่สอง เช่น เสียงแตก มีหนวด การขยายขนาดของอวัยวะเพศ การมีขนที่อวัยวะเพศ การมีความต้องการทางเพศ เป็นต้น
  • เรตีเทสทีส (rete testis) เป็นท่อรวมของหลอดสร้างตัวอสุจิ ทำหน้าที่หลักเป็นทางผ่านของตัวอสุจิไปยังหลอดเก็บตัวอสุจิต่อไป 
  • ถุงหุ้มอัณฑะอยู่นอกช่องท้อง ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมในการสร้างตัวอสุจิ ซึ่งอุณหภูมิจะต่ำกว่าในร่างกายประมาณ 3-5 องศาเซลเซียส ถุงอัณฑะเป็นส่วนผิวหนังที่มีลักษณะเป็นถุงยื่นออกมาจากส่วนล่างของผนังหน้าท้องบริเวณส่วนกลางของถุงอัณฑะมีสันนูนคล้ายรอยเย็บ ซึ่งจะให้ผนังแทรกเข้าไปภายในแยกออกเป็น 2 ถุง ภายในถุงอัณฑะแต่ละข้างประกอบด้วย อัณฑะ หลอดเก็บตัวอสุจิ และปลายด้านล่างของ spermatid cord ผิวหนังของถุงอัณฑะบางและเป็นรอยย่น เนื่องจากในชั้นผิวหนังของถุงอัณฑะมีกล้ามเนื้อเรียบดาร์โทส ซึ่งถูกเลี้ยงโดยระบบประสาทอัตโนมัติชนิดซิมพาเตติก กล้ามเนื้อดาร์โทสจะทำหน้าที่ปรับอุณหภูมิของอัณฑะให้คงที่ ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างและการพัฒนาของตัวอสุจิ ที่ต้องการอุณหภูมิที่ต่ำกว่าอุณหภูมิของร่างกายประมาณ 3-5 องศาเซลเซียส